Showing posts with label ความเข้าใจ. Show all posts
Showing posts with label ความเข้าใจ. Show all posts

การเคลื่อนที่เวลาไม่มีบอล

2/1/16
สิ่งที่ทำให้บอลpassingของบาร์เยินและบาร์ซ่าเหนือกว่าทีมอื่นก็คือ "การเคลื่อนที่" ของผู้เล่นเวลาไม่มีบอล จะเห็นว่าผู้เล่นทั้งสองทีมนี้จะเคลื่อนที่ทุกคน ย้ำว่าทุกคน เพื่อดึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจุดนี้มันจะทำให้เกิดเป็นช่อง อย่างที่ท่านว่าก็คือ ไม่จำเป็นต้องเล่นเร็วมาก แต่สามารถเจาะได้ ซึ่งการเคลื่อนที่แบบนี้นั้นต้องอาศัยเซนส์หรือความเข้าใจเกมส์ขั้นสูง เพราะไม่ใช่วิ่งมั่วๆ แต่เป็นการวิ่งเพื่อเปิดพื้นที่ให้3rd man player สอดแทรงขึ้นไป
   
บาร์ซ่ายุคที่เป๊ปคุม เด่นในเรื่องนี้มาก ทุกคนมีเทคนิคดี แต่ไม่มีใครเลี้ยงบอลหลายจังหวะ ยกเว้นเมสซี่ที่เป็นหัวใจของทีม อาศัยการเคลื่อนที่เป็นหลัก ซึ่งการทำแบบนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในทีมซึ่งไม่ได้สร้างใน1-2ปี อาจจะเป็น7-8ปีเลยทีเดียว ทำให้รูปแบบการเล่นดูสวยงามมากจนทีมอื่นต้องเลียนแบบตามจนกลายเป็นกระแสTiki-Taka แต่ทำให้ใกล้เคียงได้ยาก

แต่จุดอ่อนของชุดนี้ก็เหมือนกับทีมที่เน้น passing ทีมอื่นๆ คือเมื่อเจอทีมที่เล่นแบบ Direct play อาศัยจังหวะที่ตัดบอลได้แล้วโจมตีเร็วจนได้ประตู เนื่องจากผู้เล่นทั้งทีมดันไปเล่นเกมรุกทั้งทีม ทำให้ลงไปแพ็คโซนรับไม่ทัน แม้จะแก้ด้วยการใช้Sweeper Goalkeeperคอยขึ้นมาตัดบอล แต่ Valdes ก็ยังมีข้อผิดพลาดให้เห็น
   
ส่วนบาร์เยิร์นนั้นในยุคเป๊ป รูปแบบการเล่นก็เป็นการเล่น passing เช่นกัน แต่สิ่งที่บาร์เยิร์นชุดนี้ทำได้ดีกว่าก็คือการเล่นแบบ Direct play ที่เฉียบคม รวมถึงสปีดบอลที่รวดเร็วมาก อีกทั้งคีย์แมนในเกมรุกคือผู้เล่นริมเส้นที่จะเป็นตัวทำเกมรุก ซึ่งต่างจากบาร์ซ่าที่คีย์แมนจะเป็นกองกลางตัวรุกอย่างอิเนียสต้าหรือเมสซี่ถอยต่ำลงมา แม้การเคลื่อนที่ของบาร์เยิร์นจะไม่อาจเทียบเคียงบาร์ซ่าได้ แต่สิ่งที่ทดแทนมาคือ เกมรุกที่รวดเร็วจัดจ้าน รวมถึงความคมของการใช้หน้าเป้าซึ่งบาร์ซ่าไม่มี ทั้งยังคงเอกลักษณ์ของการเล่นpassingไว้ และที่สำคัญที่สุด คีย์แมนในเกมรับของบาร์เยิร์นคือ Sweeper Goalkeeper อันดับหนึ่งของโลกอย่างนอยเออร์ ที่เปรียบเสมือนกองหลังตัวสุดท้ายและผู้รักษาประตูจอมหนึบในเวลาเดียวกัน
   
อาจจะเปรียบเทียบได้ว่าบาร์ซ่าและบาร์เยิร์นในยุคที่เป๊ปคุม เปรียบเสมือนศิษย์อาจารย์เดียวกัน แต่เลือกวิถีคนละเส้นทาง เป็นคล้ายหยินหยาง อยู่ที่ว่าใครจะชอบแนวไหน และเปรียบเทียบไม่ได้เพราะพีคคนละช่วงเวลา
   
เมื่อมองย้อนมาถึงทีมชาติไทยแล้ว เมื่อเราเลือกกำหนดสไตล์ตัวเองเป็นการเล่นบอลแบบpassingเป็นหลัก เราก็ควรนำจุดเรียนรู้จากสองทีมนี้ที่เป็นต้นตำรับบอลpassingในปัจจุบัน เอาแค่ที่ทำได้ตอนนี้คือ "ทำอย่างไรให้นักเตะมีความเข้าใจเกมส์และเข้าใจการเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน" รวมถึง "การปรับเปลี่ยนทัศนคตินักเตะและฝึกซ้อมแท็คติกในการเล่นDirect Play"
Read more ...

บทสรุปของไดกิ อิวามาสะ เกี่ยวกับฟุตบอลไทย

10/25/14
-ไดกิ อิวามาสะ ไม่อยู่ต่อใน TPL เพราะมองว่า TPl เสี่ยงเกินไป  ถ้าประสบความสำเร็จนี่เงินมาอย่างงาม 2-3 เท่า มากกว่าสมัยเคยได้ที่ญี่ปุ่น แต่ถ้าล้มเหลวก็ไร้จุดหมายเลย

-เขามองว่านักเตะใน TPL ยังขาดความจริงจัง และ ไม่ค่อยเข้าใจแท็กติกของเกม

-เขามองว่าเขาได้ปลูกฝังทัศนคติมืออาชีพที่จริงจังไว้ให้ ก็แล้วแต่นักเตะหนุ่มๆจะรับไว้

-พูดถึงนักเตะหนุ่ม BEC อย่าง ชนาธิปที่ฝีเท้าดีมาก และทุกวันนี้ก็เข้าใจเกมมากขึ้น สามารถเล่นได้อย่างยืดหยุ่น ถ้าสามารถเล่นแบบมีสมาธิต่อเนื่องได้ดี โอกาสยกระดับผลงานก็มี และไม่ใช่แค่ไทยแต่เมียนมาร์ด้วย
Read more ...