เด็กไทยจับบอลไม่ดี

9/14/14
 
เพราะ
1. ฝึกน้อย
2. ไม่ลงรายละเอียด น้ำหนัก ความเร็ว การเคลื่อนตัว
3. ชอบซ้อมทีมมากกว่า
4. ทะนงตัวว่าเก่งแล้ว ไม่ต้องฝึกพื้นฐาน


Read more ...

เชสนีย์ : ออสพินานิสัยดีแต่เขาไม่ใช่เพื่อนผม

9/7/14
5 ก.ย. 2014 19:45:40

นายทวารชาวโปแลนด์ ยอมรับว่าคู่แข่งในตำแหน่งเดียวกับเขาในทีมปืนใหญ่นั้นเป็นคนที่นิสัยดี แต่เขาไม่เคยคิดว่าออสพินานั้นเป็นเพื่อนของเขาเลย

วอยเนียค เชสนีย์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของอาร์เซนอล 

ยืนยันว่า

ดาวิด ออสพินา นายทวารตัวใหม่ของทีม

ไม่ใช่เพื่อนของเขา เพราต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงกัน

มือกาวชาวโคลอมเบียเพิ่งย้ายมาเฝ้าเสาที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแต่ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย และเป็นโกลชาวโปแลนด์ที่ได้เป็นตัวจริงเสมอ

"ผมมั่นใจว่าผมสมควรเป็นมือหนึ่ง ผมรู้นะว่าผมไม่สามารถหลุดฟอร์มได้เกิน 2-3 เกม ผมรู้ว่าออสพินามีความทะเยอทะยานมากแค่ไหน เขาไม่มีทางนั่งรอโอกาสที่ม้านั่งสำรองและปรบมือให้ผมเพียงอย่างเดียวแน่นอน" เชสนีย์ กล่าว

"ดาวิดเป็นคนนิสัยดี และเป็นคนที่เก่งแต่ผมไม่เคยเสียใจเลยที่เขาต้องเป็นตัวสำรอง เขาไม่ใช่เพื่อนของผม เช่นเดียวกับฟาเบียนสกี้ ผมเคยคิดนะว่าผมควรจะถอยให้ฟาเบียนสกี้เล่นบ้างดีไหม แต่ผมจะไม่มีทางคิดอย่างนี้อีกต่อไป"
Read more ...

ฟุตบอลไทย ยู19 ชนะ ยู19 อินโดนีเซีย 6-2

9/5/14
เมื่อ 5 ก.ย.2557 เวลาประมาณ 16.30 น.

การแข่งขันฟุตบอล รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์อาเซียน  ที่ประเทศเวียดนาม

รอบแรก ระหว่างไทย กับอินโดนีเซีย

ผลปรากฎว่า ไทย เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 6 ประตู ต่อ 2 ประตู

http://goo.gl/MpcSx9
Read more ...

คุณวรวีย์ คุณไม่ต้องยกมือไหว้ผม (แฟนฟุตบอลไทยควรอ่าน)

8/30/14
http://pantip.com/topic/32512812 เมื่อ 29 ส.ค.2557

คุณวรวีย์ คุณไม่ต้องยกมือไหว้ผม (แฟนฟุตบอลไทยควรอ่าน)

กระทู้สนทนา

ฟุตบอลฟุตบอลไทยวรวีร์ มะกูดี

กระทู้นี้เกิดขึ้นจากผมมีโอกาสได้ดูรายการ “แชมป์ จัดไป” ซึ่งได้เชิญ คุณ วรวีย์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มาเป็นแขกรับเชิญในการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีต่างๆที่เกิดขึ้นกับฟุตบอลไทยในขณะนี้ ความยาวประมาณ 20 นาที ซึ่งออกอากาศไปหลายวันแล้ว แต่ผม ไม่ได้ดูเพราะส่วนนึงไม่ชอบเสียงพูดและท่าทางของท่าน รวมไปถึงทนฟังคำพูดอวยตัวเองของท่านไม่ค่อยไหว เลยเพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อคืนเพราะไม่มีอะไรทำ ฟังท่านพูดไปจนเกือบจะจบรายการก็เป็นไปอย่างที่ผมคิดไว้ทุกอย่างในทุกกรณีที่เกิดขึ้นกับฟุตบอลไทย ผลก็คือ หาซึ่งมีสาระไม่ อวยตัวเอง ตอบไม่ค่อยจะตรงคำถาม แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่คำตอบ 1 ประโยคที่ทำให้ผมอึ้งไปเลย 0_0 !! ว่านี้คือคำพูดจากนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและควบตำแหน่งสมาชิกผู้บริหาร fifa ประโยคนั้นก็คือ

วรวีย์ : ผมจะเอาสถิติออกมากางให้ดูว่า เราเคยไปอุ่นเครื่องชนะจีน เราเสมอกับคูเวตเมื่อเร็วๆนี้ อะไรต่างๆ แต่เอ๊!! ตำแหน่งเราลดลงไปเรื่อยๆผมก็ไม่รู้มันเป็นเพราะอะไร

ฟังจบรู้สึกจี๊ดสมองขึ้นเลย ว่าที่ผ่านมาท่านเป็นถึงบอร์ดฟีฟ่า ท่านไม่รู้ระบบการคิดคะแนน Ranking fifa หรอว่ะ เลยคิดว่าวันนี้ผมต้องมาสอนหลักการให้คะแนนของ fifa ให้กับบอร์ดผู้บริหาร fifa อ่านซะหน่อย (งงไหมครับ ผมก็งง) รวมไปถึงแนวทางการพัฒนา Ranking fifa ของทีมชาติไทยด้วยครับ เกริ่นมาเยอะและเริ่มกันเลยดีกว่า

เริ่มต้นที่หลักการให้คะแนนของฟีฟ่าก่อนครับ หากใครเข้าใจอย่างละเอียดแล้วข้ามไปที่แนวทางการพัฒนาอันดับฟีฟ่าของทีมชาติไทยได้เลยครับ ยาวหน่อยครับส่วนนี้แต่คิดว่าละเอียดยิบเลยครับ ใครอยากเข้าใจลองอ่านดูเลยครับ

สูตรของหลักการดังกล่าว คือ M x I x T x C

1. M = ผลการแข่งขันเหมือนกันทั่วโลก 

ก็คือ ชนะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน และแพ้ไม่ได้คะแนน

2. I = ระดับรายการแข่งขัน

- อุ่นเครื่องได้ 1 คะแนน

- ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกและฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปรอบคัดเลือก ได้ 2.5 คะแนน

- ฟุตบอลคอนเฟดและฟุตบอลชิงแชมป์ทวีป ได้ 3 คะแนน

- ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 4 คะแนน

3. T = ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้

สูตร คือ (200 – อันดับโลก + 1) ก็จะได้ผลดังนี้

อันดับ 1 ของโลก 200 คะแนน

อันดับ 2 ของโลก 199 คะแนน

อันดับ 3 ของโลก 198 คะแนน

เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนถึงอันดับตั้งแต่ 151 ลงไปคิดเป็น 50 คะแนนเท่ากันทุกทีม (ถึงตรงนี้แวะไปดูดีกว่าไทยเราอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของโลกกันนะ ห่ะ!! 157 ของโลก คะแนนความแข็งแกร่งของฟุตบอลทีมชาติไทยเท่ากับ 50 น้อยที่สุดในโลก น้ำตาจะไหล!!)

4. C = ความแข็งแกร่งของภูมิภาค

อเมริกาใต้ 1

ยุโรป 0.99

ทวีปที่เหลือรวมทั้งเอเชียด้วย 0.85

*หากทั้ง 2 ทีม ไม่ได้มาจากทวีปเดียวกัน ให้นำคะแนนของทั้ง 2 ทวีปบวกกันแล้วหารด้วย 2
วิธีการคิดขอทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ เพื่อความเข้าใจง่าย (สมมุติแมตช์การแข่งขันและผลการแข่งขันนะครับ)

*คู่แรก* ไทย ชนะ เวียดนามในแมตอุ่นเครื่อง (เวียดนามอันดับ 139) ได้คะแนนดังนี้

(ชนะได้ 3 คะแนน) x (อุ่นเครื่องได้ 1 คะแนน) x (คะแนนความแข็งแกร่งเวียดนาม 200 -139 +1 = 62) x (คะแนนความแข่งแกร่งทวีป 0.85) = คะแนนที่ได้รับจากแมตช์นี้

3 x 1 x 62 x 0.85 = 158 คะแนน

*คู่สอง* ไทย เสมอ เลบานอน ในแมตช์ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก (เลบานอนอันดับ 115) ได้คะแนนดังนี้

(เสมอได้ 1 คะแนน) x (ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ได้ 2.5 คะแนน) x (คะแนนความแข็งแกร่งเลบานอน 200 –115 +1 = 86) x (คะแนนความแข่งแกร่งทวีป 0.85) = คะแนนที่ได้รับจากแมตช์นี้

1 x 2.5 x 86 x 0.85 = 182 คะแนน (หากชนะจะได้สูงถึง 548 คะแนน)

*คู่สาม* ไทย เสมอ จีน ในแมตช์เอเชี่ยนคัพรอบสุดท้าย (จีนอันดับ 97) ได้คะแนนดังนี้

(เสมอได้ 1 คะแนน) x (เอเชี่ยนคัพรอบสุดท้ายได้ 3 คะแนน) x (คะแนนความแข็งแกร่งจีน 200 – 97 +1 =104) x (คะแนนความแข่งแกร่งทวีป 0.85) = คะแนนที่ได้รับจากแมตช์นี้

1 x 3 x 104 x 0.85 = 265 คะแนน (หากชนะจะได้สูงถึง 795 คะแนน โอ้โห!!)

*สุดท้ายนำทุกคะแนนที่ได้แต่ละแมตช์ในรอบปี มาบวกกัน และหารด้วยจำนวนแมตช์ที่ลงเตะทั้งปี เป็นคะแนนรายปี รวมนัดที่แพ้ด้วยนะครับถ้าหากว่ามี

ดังตัวอย่างก็ 185 + 182 + 265 /3 = 210 คะแนน นี่คือคะแนนรายปี

โดยทุกคะแนนจะมีผล 4 ปี ย้อนหลัง ในสัดส่วนดังนี้

คะแนนรายปี สมมุติปีนี้คือ 2557 คิดให้ 100% = สมมุติเราได้ 210 ก็จะได้ 210 คะแนน

คะแนนรายปี 2556 คิดให้ 50% = สมมุติเราได้ 200 คะแนน ก็จะได้ 100 คะแนน

คะแนนรายปี 2555 คิดให้ 30% = สมมุติเราได้ 200 คะแนน ก็จะได้ 60 คะแนน

คะแนนรายปี 2554 คิดให้ 20% = สมมุติเราได้ 200 คะแนน ก็จะได้ 40 คะแนน

สรุปคะแนน Ranking Fifa ของทีมชาติไทย = 410 คะแนน ซึ่งผมมองว่า 200 คะแนนต่อปีไม่ได้ยากอะไรเลยครับ ถ้าสมาคมตั้งใจทำงานกันจริงๆจังๆ

ลองเอาผลคะแนนไปเปรียบเทียบอันดับโลกล่าสุดดีกว่า ถ้าได้ 410 คะแนน ไทยจะอยู่ที่เท่าไหร่น้า โอ้โหแม่เจ้าแทบกระพริบตาสัก 3 ครั้งครึ่ง!!!!! ไม่เชื่อสายตาตัวเอง พี่ไทยจะอยู่อันดับที่ 75 ของโลก อันดับ 8 ของเอเชียสูงกว่าออสเตรเลีย ที่เพิ่งไปบอลโลกมาครั้งล่าสุด Wooooow !!! เห็นไหมล่ะครับว่า TOP 10 เอเชียไม่ใช่เรื่องยาก

***จบเรื่องหลักการคิดคะแนนแล้วนะครับ***

ส่วนต่อไปผมอยากจะแนะนำแนวทางการพัฒนาคะแนน Ranking Fifa ของทีมชาติไทยแบบที่มีทางเป็นไปได้นะครับ

ในรอบปีเราจะมีแมตช์การแข่งขัน ในรายการระดับความสำคัญ 2.5 แน่นอน ได้แก่ บอลโลกรอบคัดเลือก คัดเลือกเอเชียนคัพ หรือแม้กระทั่งอาเซียนคัพ ฟีฟ่าก็รับรองให้เป็นรายการระดับทวีป หากผลงานดีได้เข้าเอเชียนคัพรอบสุดท้ายก็เป็นรายการระดับความสำคัญ คูณ 3 เลยทีเดียว สำคัญมากนะครับ 3-4 รายการนี้ เพราะคือ ตัวแปรคะแนนที่สำคัญ อย่างน้อยนัดที่เตะในบ้านไม่ควรแพ้ รายการเหล่านี้วัดประสิทธิภาพทีมที่แท้จริง


แต่ที่ผมเสนอที่แท้จริงคือ การพัฒนาคะแนนด้วยแมตช์อุ่นเครื่องครับ ทำได้ง่ายมากๆ

เพียงแค่เราต้องมีแมตช์อุ่นเครื่องสม่ำเสมอ โดยควรจะเลือกที่เป็นเจ้าบ้านเพื่อความได้เปรียบ เชิญทีมที่แข่งด้วยที่มีอันดับในแรงกิ้งที่สูงกว่าเรา ผมเชื่อว่าสมาคมคงมีฝ่ายวิเคราะห์ทีมคู่แข่งอยู่แล้ว (หรือไม่มีหว่า) ทำการวิเคราะห์ว่าทีมไหนมาเตะกับทีมชาติไทยที่ประเทศไทย เค้าเป็นรองเราแน่นอน อย่างน้อยโอกาสแพ้ก็น้อย ซึ่งวิเคราะห์ตอนนี้ทีมที่น่าสนใจ คือ ปาเลสไตน์ อันดับ 88 ของโลก อันดับ 10 ของเอเชียสูงกว่าการ์ตา จีน บาห์เรนซะอีก ที่คะแนนเค้าเยอะไม่ใช่ว่าเก่งจริงซักเท่าไหร่หรอกครับ อันนี้ผมไม่ได้ดูถูกเขานะครับ น่าจะพอๆกับไทย แต่หากมาเตะที่ไทยเขาเป็นรองเราแน่นอน แต่ที่เห็นคะแนนเยอะ เพราะเขาเพิ่งได้แชมป์ AFC Challenge Cup 2014 มาหมาดๆซึ่งเป็นรายการความสำคัญระดับทวีป คะแนนรายการคูณ 2.5 นั่นเอง ทำให้ได้คะแนนค่อนข้างเยอะ ซึ่งทีมที่แข่งรายการนั้นก็ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าไทยเลย ทั้ง มัลดีฟ ลาว เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ อัฟกานิสถาน เป็นต้น หน้าที่สมาคมคือ วิเคราะห์หาทีมเหล่านี้ พูดภาษาชาวบ้านก็คือ หาทีมที่คิดว่าเค้าอ่อนกว่าเรา แล้วเชิญเขามาเตะในบ้านเรา

สมมุติ ปาเลสไตน์ มาแข่งกะเราแล้วแพ้ทีมชาติไทยของเรา ณ วันนี้ ผลคะแนนที่ได้คือ

3 x 1 x 112 x 0.85 = 285 คะแนนเลยนะ
แต่หันมาดูปัจจุบัน สิ่งที่สมาคมทำคือทั้งปี อุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการนัดเดียวเปิดบ้านเสมอกับคูเวต เกือบแพ้ด้วยซ้ำเพราะดันไปเอาชุดเอเชี่ยนเกมส์เตะกับเขา ไม่ใช่ชุดใหญ่ ต่อจากนี้แมตช์อุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการของ Fifa ต้องเอาชุดใหญ่เล่น และห้ามเปลี่ยนตัวเกิน 6 คน ตามที่ Fifa กำหนดอันนี้ห้ามลืม ไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งปีทีมชาติไทยของเรามีคะแนนรายปีอยู่ที่ 15 คะแนน ย้ำ!! ทั้งปีมี 15 คะแนน แล้วเดี๋ยวมีอุ่นกะทีมชาติจีนอีก อย่าคิดว่าเขาจะแพ้เราเหมือนเดิมซิครับ หากเกิดเราแพ้ขึ้นมา เหลือ 10 คะแนนแน่ๆปีนี้ เวนกรรมจริงๆ TT

แต่ท่านยังเหลือความหวังสุดท้ายในปีนี้นะครับ นั่นคือ ซูซูกิ คัพ นั่นเอง รายการคูณ 2.5 นะครับ ถ้าได้แชมป์เชื่อว่ากลับไปอยู่ใน Top 20 เอเชียแน่นอนครับ ส่วนความพร้อมล่าสุดของทีมชาติชุดนี้ก็ เอิ่มมม… ยังไม่มีโค้ชเลยนะครับ เห้อออออออ

หลายคนอาจบอกว่าอันดับดีจะมีประโยชน์อะไร ถ้าพื้นฐานที่แท้จริงเราไม่เก่งแต่คะแนนสูงเท่านั้น ผมบอกไว้เลยว่ามีประโยชน์แน่นอนครับ เพราะมีผลกับการจัดโถ ในรายการต่างๆ ไม่ได้อยู่โถสุดท้าย นั่นหมายความว่า ในกลุ่มมันก็มีทีมมาตรฐานน้อยกว่าเราแหละครับ ถ้าติดท็อป 10 เอเชีย อย่างรายการคัดเลือกเอเชียนคัพ อยู่โถ 1 ไม่ก็ โถ 2 แน่นอนครับ โอกาสเจอพวก เยเมน ซีเรีย โอมาน ฮ่องกง หรือชาติในอาเซียน อย่างน้อย 2 ทีม จริงอยู่ว่ามันก็ไม่ชัวร์ว่าจะเบียดพวกนี้เข้ารอบได้ แต่ดีกว่าอยู่โถท้ายๆ แล้วเจอพวก ญี่ปุ่น เกาหลี อึหร่าน ออส อุซเบ หรือชาติในตะวันออกกลาง เป็นไหนๆนะครับ อย่างน้อยโอกาสเข้ารอบสุดท้ายก็ง่ายกว่าเดิมเป็นไหนๆ หรือจะเป็นในแง่ของจิตวิทยา ทีมอื่นในเอเชียเตะกับเราเขาก็จะเกรงๆไม่กล้าบุกใส่เรามาก เพราะอันดับเราสูง เค้าก็ต้องกล้าๆกลัวๆที่จะบุกใส่ไทย ไม่ใช่ทุกวันนี้ ที่เขาคิดว่าเจอกับทีมอันดับ 30 ของเอเชีย เขาก็โหมบุกเราแหลกล่ะครับ เพราะคิดว่าเราคงอ่อนน่าดู

เพราะฉะนั้นเริ่มวันนี้อีก 4 ปี เราก็น่าจะไปถึง Top 10 เอเชียได้ ถึงวันนั้นแฟนบอลไทยอาจจะยอมรับในตัวท่าน(วรวีย์ มะกูดี)มากกว่าที่เป็นอยู่นี่ก็ได้ แฟนบอลไทยก็มีสมองนะครับไม่ใช่ว่าไม่ได้ไปบอลโลกแล้วออกมาไล่ท่าน ที่ไล่ท่านไม่ใช่ท่านพาทีมชาติไทยไปบอลโลกไม่ได้แต่ท่านกลับไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะพาบอลไทยไปบอลโลกจริงๆต่างหาก

ขอนะครับท่านทำตามที่แนวทางนี้ซักตั้งนึง ผลงานท่านจะดีกว่านี้แน่นอน ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ Fifa ไม่ได้รับรองนะครับ ต่อให้ได้แชมป์ทีมชาติก็ไม่ได้ซักคะแนนอยู่ดี เราถึงเห็นชาติมหาอำนาจอย่างญี่ปุ่น เกาหลี เขาส่งเด็กอายุไม่ถึง 21 ไปเตะเป็นประจำแหละครับ

***สุดท้าย ผมจำคำพูดนึงก่อนจบรายการแชมป์จัดไป ของท่านได้ ท่านพูดว่า

วรวีย์ : ถ้าผมทำไรผิด น่าจะมาบอกผมว่า เห้ย คุณทำอย่างนี้ผิดนะ คุณต้องแก้ไข ผมบอกให้คุณทำ 1 2 3 อันเนี่ยคือแก้ไข อันนี้คือการช่วยกัน อย่างคุณแชมป์มาบอกผมว่าพี่วรวีย์ พี่ทำอย่างนี้ผิดแล้ว พี่ทำอย่างนี้ๆดิถูก แล้วพี่จะประสบความสำเร็จ แล้วผมจะยกมือไหว้คุณแชมป์เลย

วันนี้ผมลองเสนอแนวทางดูแล้ว ถ้าท่านทำได้ตามที่ผมว่ามาทั้งหมด ท่านประสบความสำเร็จแน่นอน แล้วท่านไม่ต้องมายกมือไหว้ผม ผมเองที่จะเป็นคนยกมือไหว้ท่าน ที่ท่านทำเพื่อฟุตบอลไทยที่ผมรัก
Read more ...

คริสเอฟซี แม่ริม จ.เชียงใหม่

8/25/14
โดยไทยแลนด์สู้สู้ เมื่อ 26 ส.ค.2557

ทราบหรือไม่ครับ ว่าตอนนี้นักเตะคริสเอฟซี แม่ริม จ.เชียงใหม่บางคน ถูกดึงมาอยู่กับบุรีรัมย์พีอีเอ ฝึกฝนอยู่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี่ อยู่สองปีแล้ว และ

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ 

หลานชายของ

ลุงเปา นายอนันต์ เลิศอมรศักดิ์

หนึ่งในสมาชิกเมสซี่น้อย ณ แม่ริม คริสต์เอฟซี ได้ลงสนาม 11 คนแรกให้ทีมชุดใหญ่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นัดเสมอกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปแล้ว ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปี 8 เดือนเท่านั้น โดยมีพี่น้องที่คลานตามกันมา

อมร อมรเลิศศักดิ์ 

อีกคนที่เล่นอยู่กับทีมสุรินทร์ ซิตี้ ที่ทั้งสองคนเคยคว้าแชมป์โค๊กคัพกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาด้วยกันเมื่อปีที่แล้วด้วย
 
Read more ...

"เคซี-15"ผงาดแชมป์ช้าง-เอฟเวอร์ตันจูเนียร์คัพ ลูกครึ่งอังกฤษซิวMVP

8/10/14
 
โดยโกล.คอม เมื่อ 15 ก.ค. 2014 18:58:21

เคซี-15 เฉือนเอาชนะ กรุงเทพคริสเตียน 2-1 คว้าแชมป์ "ช้าง-เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์ คัพ 2014" โดย ทอมมี่ สตีเว่นส์ แข้งลูกครึ่งไทย-อังกฤษผู้เหมาสองประตูซิว MVP ไปครอง

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี "ช้าง-เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์ คัพ 2014"ที่สนามกีฬากองทัพบก รอบชิงชนะเลิศ "ชงโคม่วงทอง" กรุงเทพคริสเตียน พบ เคซี-15

กรุงเทพคริสเตียน ผ่านด่าน อัสสัมชัญ ศรีราชา มาด้วยสกอร์ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ส่วน เคซี-15 ในฐานะชุดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี เอาชนะ อัสสัมชัญ ธนบุรี รองแชมป์เก่ารายการนี้มา 2-1 เช่นกัน

โดยเกมนี้ เคซี-15 ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อได้ ทอมมี่ สตีเว่นส์ แข้งจิ๋วลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เหมาคนเดียว 2 ประตู ในนาทีที่ 3 และ 27 นำไปก่อน 2-0 ในครึ่งเวลาแรก ก่อนที่ในครึ่งหลัง กรุงเทพคริสเตียนจะมาตามตีไข่แตกจาก รักษ์ ลัดดาพันธ์ กัปตันทีมแต่ก็ไล่ไม่ทัน จบเกม เคซี-15 ผงาดคว้าแชมป์ ช้าง-เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์ คัพ 2014

สำหรับทีม เคซี-15 ได้รางวัล 50,000 หมื่นบาทและถ้วยรางวัล พร้อมสิทธิ์ในฐานะแชมป์"ช้าง-เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์ คัพ 2014" ไปฝึกซ้อมที่ฟินซ์ฟาร์มของ เอฟเวอร์ตัน อคาเดมี รวมทั้งลงลับแข้งกับทีมเยาวชนของสโมสรต่างๆในอังกฤษ

ส่วน กรุงเทพคริสเตียน รองแชมป์ได้เงินรางวัล 30,000บาท และ อัสสัมชัญ ธนบุรี อันดับ 3 ได้เงินรางวัล 20,000 หมื่นบาท ขณะที่ อัสสัมชัญ ศรีราชา อันดับ 4 ได้เงินรางวัล 10,000 บาท

นอกจากนี้ ช้าง-เอฟเวอร์ตัน ยังได้คัดเลือกนักเตะยอดเยี่ยมในแต่ละตำแหน่ง ประกอบด้วย ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม สหรัถ น้ำทอง (อัสสัมชัญ ธนบุรี) กองหลังยอดเยี่ยม กรกฏ อุตพันธ์ (เคซี-15) ,กองกลาง เจษฎา นาคาชล (อัสสัมชัญ ศรีราชา)

ส่วนรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเม้นท์ (MVP) เป็นของ ทอมมี่ สตีเว่นส์ ดาวเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษของ เคซี15 และ แกรม ชาร์ป ตำนานนักเตะของเอฟเวอร์ตันยังได้เลือกนักเตะ 1 คนเพื่อเดินทางไปอังกฤษกับทีมชนะเลิศโดยเป็น วรากร เขตสมุทร (อัสสัมชัญศรีราชา) ที่ได้ไป
Read more ...

NIKE เซ็นสัญญา 2 ดาวรุ่ง ชลบุรี อะคาเดมี่ เป็นพรีเซ็นเตอร์

8/10/14
Chonburi Football Club

8 กุมภาพันธ์ 2013

ไนกี้ จรดปากกา 2 แข้งดาวรุ่ง ชลบุรี เอฟซี อะคาเดมี่ เป็นพรีเซ็นเตอร์ ยาว 4 ปีเต็ม ด้าน “เจ้าเฟรม” พัทธดนย์ เที่ยงวงศ์ สร้างสถิติ เป็นนักเตะพรีเซ็นเตอร์ อายุน้อยที่สุดในเมืองไทย

บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมกีฬาระดับโลก และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ สโมสร ชลบุรี เอฟซี มอบโอกาสเซ็นสัญญา

“เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ วัย 15 ปี และ 

“เจ้าเฟรม” พัทธดนย์ เที่ยงวงศ์ วัย 12 ปี 

สองแข้งดาวรุ่งจากทีม ชลบุรี เอฟซี อะคาเดมี่ ให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ด้วยระยะเวลายาว 4 ปีเต็ม ด้วยมูลค่ากว่า 7 หลัก ในสัญญาฉบับแรก

จากการเซ็นสัญญาดังกล่าว ยังทำให้ “เจ้าเฟรม” พัทธดนย์ เที่ยงวงศ์ กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในเมืองไทยที่ได้รับการเซ็นสัญญาเป็นพรี เซ็นเตอร์ ของ บ.ไนกี้ ทำลายสถิติของ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย นักเตะทีมชาติไทย และ สโมสร บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่เคยได้รับการเซ็นสัญญา กับ บริษัท ไนกี้ ด้วยวัย 14 ปี อีกด้วย

โดยภายหลังจากการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้นลง “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้ให้สัมภาษณ์ ผ่านทีมข่าว chonburifootballclub.com ถึงความรู้สึกส่วนตัวว่า

“รู้สึกดีใจมากครับ ที่ บ. ไนกี้ มอบโอกาสและให้การสนับสนุน มอบอุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า และ รองเท้าต่างๆ ให้กับผม ได้ใช้ในการลงทำการแข่งขันและทำการฝึกซ้อม ซึ่งผมก็จะขอตอบแทนกับโอกาสที่ได้รับด้วยการ ตั้งใจฝึกซ้อม พยายามทำผลงานของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะกำลังสำคัญของ ทีม ชลบุรี เอฟซี และ ทีมชาติไทยในอนาคตครับ”

ขณะที่ “เจ้าเฟรม” พัทธดนย์ เที่ยงวงศ์ กล่าว “ผมขอขอบคุณ บ. ไนกี้ ที่สนับสนุน ทั้งเสื้อผ้าและร้องเท้า พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาดีๆให้กับผม ซึ่งตัวผมเองก็จะพยายามตั้งใจพัฒนาการเล่นฟุตบอลของผมให้ดีกว่าเดิม เพื่อเป็นการตอบแทน นอกจากนี้ผมก็ยังวางเป้าหมายในอนาคตเอาไว้ว่า ผมจะเป็นนักเตะที่ดี ติดทีม ชลบุรี เอฟซี ชุดใหญ่ และทีมชาติไทยให้ได้ครับ”

ที่มา http://www.chonburifootballclub.com
Read more ...

ยิงเร็วที่สุดในโลก 2 วินาที

8/23/13
ยิงเร็วที่สุดในโลก 2 วินาที
Read more ...

Give a Shout! : SMT Thailand 2013 "การพัฒนายั่งยืนสำคัญกว่ามุ่งผลสำเร็จ"

7/22/13
โดยโกลด์ เมื่อ 20 ก.ค.2556

Special Mission Team กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติภารกิจพิเศษจาก AFC พูดคุยกับเราเกี่ยวกับการประเมินสโมสรในไทย และทิศทางการพัฒนาที่ควรจะเป็น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับทวีปได้ทุกปีช่วงระหว่างวันที่ 15-19 ก.ค. ที่ผ่านมาถือเป็นเวลาสำคัญของลีกในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่จากเอเอฟซี ถึงกำหนดมาประเมินสโมสรอีกครั้ง ซึ่งพวกเขายังเปิดโอกาสให้ โกล ประเทศไทย ได้สัมภาษณ์พิเศษอีกด้วย

แบงค็อก ยูไนเต็ด ,
ราชบุรี มิตรผล,
สุพรรณบุรี เอฟซี ,
บีอีซี เทโรศาสน ,
ทีโอที เอสซี ,
เชียงราย ยูไนเต็ด ,
สงขลา ยูไนเต็ด และ
อาร์มี่ ยูไนเต็ด

คือ 8 ใน 18 ทีมไทยพรีเมียร์ลีก ที่จะต้องเข้ารับการตรวจครั้งนี้ในหลายๆด้านโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง

- สตีฟ คิม ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาระดับสโมสรฯ ,
- เบนจามิน ทัน ผู้จัดการฝ่ายการแข่งขันระดับสโมสร และ
- โฮเซ่ ดิคาปริโอ ฝ่ายพัฒนาด้านเยาวชนอคาเดมี่

ทั้งหมดมาจากสมาพันธ์ฟุตบอลของเอเชีย

ซึ่งรวมกลุ่มกันแล้วถูกเรียกว่า SMT( Special Mission Team) ที่จะมาให้สัมภาษณ์พิเศษกับเรา

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นี้ SMT ได้เปิดแถลงผลการประเมินทั้ง 8 สโมสรอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย ก่อนนำรายงานกลับไปยังสำนักงานใหญ่ที่ประเทศมาเลเซีย ด้วยความหวังของชาวไทยที่ว่าเราจะได้รับคะแนนที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว พร้อมกับคว้าสิทธิ์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ เพิ่มขึ้นกว่าจำนวน 1+1 ที่ได้อยู่ในปัจจุบัน

โกล ประเทศไทย : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับภาพรวมในการประเมินครั้งนี้
SMT : ปีนี้เราได้เห็นการพัฒนาของทีมใหญ่ๆ ยกตัวอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมากๆ พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลถ้วยใหญ่ของเอเชีย อีกทั้ง ชลบุรี ,เมืองทอง ก็มีการพัฒนาที่รุดหน้า แต่ในทางกลับกันเอง ทีมระดับกลาง หรือระดับเล็กลงมาเดินหน้าไปอย่างช้ากว่าที่เราได้รับข้อมูลในปีก่อนๆ ซึ่งบอกว่าจะมีการดำเนินการแก้ไขในเรื่องต่างๆ ทั้งที่เป็นทีมระดับลีกสูงสุดของประเทศเหมือนกัน แต่ยังมีช่องว่างของการพัฒนาต่างกันเกินไปทั้งเรื่องการจัดการ เจ้าหน้าที่ สนามแข่งขันซึ่งไม่ได้เป็นผลดีกับไทยเอง


พอจะยกตัวอย่างสโมสรที่ไปตรวจในครั้งนี้เราให้เราทราบหน่อยได้ไหม
สุพรรณบุรี เป็นทีมที่มีความตั้งใจมาก มีเงินลงทุนสูง และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาได้เร็ว แต่ปัญหาก็คือพวกเขาและหลายๆทีมไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำว่า การพัฒนาควรจะเริ่มจากตรงไหน การจัดการสนามที่ถูกต้อง อีกทีมที่เราเห็นคือเชียงราย ยูไนเต็ด พวกเขาลงทุนสูงมาก แต่ปัญหาเรื่องสนามการแบ่งแยกทางเดินเข้าออกของสื่อมวลชน แฟนบอล หรือเจ้าหน้าที่ยังเป็นสิ่งที่เรายังเห็นอยู่ตลอด บางทีพวกเขาควรมีคนที่มีความรู้อย่างจริงจังมาช่วยมากกว่านี้

แนะนำสักหน่อยว่า ปัญหาสำคัญของไทยคืออะไร แล้วเราควรแก้จากตรงไหน
อย่างแรกก็คือการเปลี่ยนความคิด พวกเรามาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ได้เห็นการนำเสนอของสโมสรต่างๆว่าภายใน 3-4 ปี จะเป็นแชมป์ไทยลีก 5 ปีจะต้องไปเล่นฟุตบอลถ้วยเอเชีย แต่จริงๆแล้วการเริ่มต้นควรตั้งเป้าในระดับสโมสรก่อน การสร้างอคาเดมี ความมั่นคงทางการเงิน และแผนงานที่เหมาะสมซึ่งสิ่งนี้มันจะนำไปสู่ความสำเร็จเอง ซึ่งเราเรียกมันว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อีกอย่างหนึ่งที่ประเทศไทยยังไม่มีในเวลาแข่งขันฟุตบอลถ้วยเอเชียก็คือเจ้าหน้าที่ประสานงานทั่วไปที่จะรู้เรื่องเกี่ยวกับทุกๆอย่างในการแข่งขัน สามารถให้คำตอบและช่วยเหลือผู้ที่มาสอบถามเรื่องนั้นๆได้ ที่ผ่านมามันยังเป็นปัญหาตรงที่ ยังไม่มีใครรับผิดชอบชัดเจน และต้องโยนไปโยนมา เราอยากให้มีการอบรมตรงนี้เกิดขึ้น
แล้วในด้านดีล่ะ คุณคิดว่าประเทศไทยมีจุดเด่นตรงไหน
ที่เห็นเด่นชัดเลยก็คือการใช้มีเดีย การสร้างแบรนดิ้งของสโมสร หลายทีมมีจุดเด่นเฉพาะตัวอย่าง ราชบุรี หรือ สุพรรณบุรี พวกเขามีการตลาดที่ดีกว่าหลายๆทีมในเอเชีย การใช้เว็ปไซต์สโมสร เฟซบุ๊ค ในการประชาสัมพันธ์ เป็นสิ่งที่ไทยพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดมาก

เกี่ยวกับคลับไลเซนซิ่ง มีการพูดถึงมากตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ไทยยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง มันจะส่งผลอะไรเกี่ยวกับคะแนน หรือ โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่?
ทีมที่ได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในฟุตบอลถ้วยเอเชียของไทยก็ยังสามารถใช้ช่องทางพิเศษสมัครเข้ามาได้ในช่วงปลายปีเหมือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ที่จะเสียไปก็คือ เมื่อ ประเทศไทยยังไม่มีการนำระบบนี้มาใช้ ก็จะไม่ได้คะแนน 2 จุดคือ 1. ประเทศสมาชิกมีการนำระบบคลับไลเซนซิ่งมาใช้กับการแข่งขันลีก - ข้อนี้เสียไป 100คะแนน 2.จำนวนสโมสรที่ได้ผ่านคลับไลเซนส์ซิ่งในประเทศ ซึ่งหากไม่มีการนำมาใช้ในสโมสรของลีก ก็เท่ากับเราไม่มีคะแนนให้กับสโมสรใดเลย จึงเท่ากับศูนย์ คะแนนเต็ม 1000 ไทยก็จะหายไปแน่นอนแล้วกว่า 100 คะแนน

จากการประเมินส่วนตัวของคุณคิดว่าไทยมีโอกาสได้โควต้าเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เพิ่มขึ้น ลดลง หรือ เท่าเดิม

จนถึงขณะนี้เรายังบอกชัดเจนไม่ได้ แต่ถ้าหากให้ประเมินสมมุติว่าคะแนนของไทยยังเท่ากับปีที่แล้วก็มีความเสี่ยงอยู่ เพราะถ้าประเทศในระดับเดียวกัน ทำคะแนนเพิ่มขึ้นมา ก็จะมาเบียดแย่งโควต้าของไทยได้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คะแนนเท่าเดิม ไม่ใช่จะได้ โควต้าเท่าเดิม เพราะเราจะนำคะแนนแต่ละประเทศมาไล่เรียงเพื่อจัดอันดับโควต้าอีกครั้ง

สุดท้ายเราอยากให้คุณลองจัดอันดับลีกในเอเชียให้เราหน่อย แล้วไทยควรอยู่ในระดับไหน
มาตรฐานของประเทศในตะวันออกกลางยังดีมาก การจัดการ สนาม หลายประเทศใกล้เคียงกัน แถบอาหรับยังถือว่าเป็นระดับท็อปของเอเชีย ส่วนฝั่งตะวันออก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และ ออสเตรเลีย ยังเป็นผู้นำแล้วถัดมาจะเป็นช่องว่างอยู่กับทีมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การ แข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก นั้นเป็นเรือธงด้านการแข่งขันระดับสโมสรของเอเอฟซี ดังนั้นทุกๆประเทศสมาชิก และสโมสรจะต้องมีความตื่นตัวในการพัฒนาตลอดเวลา แชมป์เปี้ยนส์ลีกเปรียบเสมือนรากฐานให้กับความสำเร็จของฟุตบอลในเอเชียใน อนาคต เราจึงต้องเข้ามาตรวจความคืบหน้าเป็นระยะ และประเทศที่มีโครงสร้างการพัฒนาโดยรวมได้อย่างยั่งยืนก็จะได้โควต้ามากกว่า ดังที่เห็นในปีที่ผ่านๆมา
Read more ...

สโมสรภาคีสมาชิกทวงถามสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ หลังจากสมาคมฟุตบอลไทยตัดสินใจต่อสัญญากับสยามสปอร์ตให้เป็นผู้ดูแลต่อ 5 ปี

7/16/13
โดยโกล เมื่อ 1 มี.ค.2556

สโมสรภาคีสมาชิกทวงถามสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ หลังจากสมาคมฟุตบอลไทยตัดสินใจต่อสัญญากับสยามสปอร์ตให้เป็นผู้ดูแลต่อ 5 ปี ส่วน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมถอนตัวจากการเป็นบอร์ดทีพีแอลการประชุมภาคีไทยพรีเมียร์ลีก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2013 ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย ทีม“ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เป็นเจ้าภาพ มีสโมสรในศึกไทยพรีเมียร์ลีก เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 13 ทีม ขาดเพียง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, อาร์มี่ ยูไนเต็ด, เชียงราย ยูไนเต็ด, ทีโอที เอสซี และสมุทรสงคราม เอฟซี

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้คือการหารือเรื่องสิทธิประโยชน์ที่สโมสรสมาชิกจะได้รับจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยหลังการขยายสัญญากับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) สื่อกีฬายักษ์ใหญ่ให้เป็นผู้ดูแลต่ออีก 5 ปี

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาไม่มีการเรียกสโมสรสมาชิกเข้าไปหารือถึงเรื่องนี้ซึ่งเรารู้อีกทีคือสมาคมฟุตบอลเซ็นสัญญากับสยามสปอร์ตอีก 5 ปี หลังจากนี้เราอยากขอความชัดเจนว่าสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับนั้นตัวเงินแต่ละปีเท่าไร และนอกเหนือจากนี้มีอะไรอีกหรือไม่



นอกจากนี้ นายใหญ่แห่งถิ่นไอโมบาย สเตเดี้ยม ยังเตรียมที่จะถอนชื่อของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกจากการเป็นบอร์ดบริหารของบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ที่มีทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี อยู่ด้วย พร้อมกันนี้ที่ประชุมมีความเห็นให้เสนอชื่อของ บีอีซี เทโรศาสน เข้าไปแทนที

"ในเมื่อทีพีแอลไม่เคยถามความเห็นจากสมาชิกอะไรเลย ทั้งที่เสนอชื่อ 3 ทีมให้เป็นบอร์ด ผมว่าแบบนี้ผมถอนชื่อออกจากสมาชิกดีกว่า" เนวิน กล่าว

ภาคีไทยพรีเมียร์ลีกยังไม่เห็นด้วยหากมีการเลื่อนแมตช์การแข่งขันในศึกไทยพรีเมียร์ลีก ในช่วงที่สโมสรจากต่างประเทศมาเยือนไทยในเดือน ก.ค.นี้ โดยมองว่าไม่ใช่แมตช์ของทางเอเอฟซีหรือฟีฟ่าจัดขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องเลื่อนเกมลีกออกไป โดยทางสโมสรในภาคีจะยินดีส่งนักเตะจำนวนทีมละ 2 รายเพื่อส่งให้ทีมออสตาร์ หากทางทีพีแอลมีการเรียกร้องขอนักเตะจากสโมสรไปร่วมเข้าแข่งขันในเกมกระชับมิตร

ส่วนเรื่องผู้ตัดสินนั้น ทางภาคีไทยพรีเมียร์ลีก ได้แตกความคิดเห็นเป็น 2 เสียง ด้านหนึ่งไม่ต้องการให้สมาคมฟุตบอลฯ นำผู้ตัดสินจากต่างประเทศมาตัดสินในศึกไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เพราะมองว่าเป็นการสินเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นและอยากให้นำค่าใช้จ่ายเหล่านั้นไปช่วยเหลือทีมที่ขาดทุนทรัพย์มากกว่า โดยหวังจะให้พัฒนาผู้ตัดสินไทยให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยกับการนำผู้ตัดสินฝีมือดีมาจากต่างประเทศ ซึ่งในประเด็นนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน



วาระที่ห้าเรื่องแบงค์การันตี ทางสโมสรในภาคีไทยพรีเมียร์ลีก ก็แบ่งเป็น 2 เสียงเช่นกัน คือ ฝ่ายที่ไม่ต้องการที่จะให้ทีพีแอล ออกกฎในเรื่องของแบงค์การันตีเพราะหลายทีมมีงบประมาณที่น้อย และหากทีมใดมีปัญหาเรื่องเงินขอให้ทางทีพีแอลลงโทษด้วยการตัดแต้ม แต่อีกฝ่ายก็เห็นด้วยกับ ทีพีแอล

วาระที่หก ทางสโมสรภาคีไทยพรีเมียร์ลีกไม่ต้องการใช้ลูกฟุตบอลแกรนสปอร์ตในฤดูกาลหน้า โดยได้ให้เหตุผลว่า ลูกฟุตบอลของทางบริษัทแกรนสปอร์ตไม่มีมาตรฐานที่ทางเอเอฟซีหรือฟีฟ่ารับรอง และอย่างให้ทางทีพีแอลยกเลิกและเปลี่ยนไปใช้ลูกฟุตบอลยี่ห้อไนกี้หรืออาดิดาส ที่ได้มาตรฐานที่ทางเอเอฟซีและฟีฟ่ารับรอง โดยมติต่างๆ ที่ออกมานี้ ทางคณะกรรมการภาคี ได้มอบหมาย ให้ สโมสรชลบุรี เอฟซี ซึ่งเป็นหนึ่งใน คณะกรรมการบริหาร บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ได้นำเสนอในการประชุมบอร์ดทีพีแอล ครั้งต่อไป
Read more ...

นักเตะฟอร์มแจ่ม ไทยพรีเมียร์ลีก 2556 (เลกแรก)

7/16/13
โดยข้างสนาม เมื่อ 16 ก.ค.2556

อันดับ 1.

Osmar Barba Ibanez ประการหลังวัย 25 ปี ชาวสเปน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดดึงตัวเข้ามาร่วมทีมตั้งแต่ ช่วงเลกที่ 2 ของฤดูกาล 2012 แต่ส่งชื่อไม่ทันในช่วงเลกที่ 2 ทำให้มีชื่อลงเล่นใน ศึกฟุตบอลถ้วยเท่านั้น เช่นเดียวกับ โกรัน เยอร์โควิช ถึงแม้บุรีรัมย์จะล้มเหลวในบอลลีก แต่ในบอลถ้วยกวาดเรียบทั้ง มูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ และโตโยต้าลีกคัพ โดย ออสมาร์เป็นกำลังหลักในบอลถ้วยทั้ง 2 รายการนี้ โดยเบียด กองกลังตัวกลางตัวหลักของทีมในฤดูกาลที่แล้ว อย่าง

เอคคว่าล่า เฮอร์มัน

 ต้องขึ้นไปเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางในนัดชิงของทั้ง 2 รายการ มาถึงในฤดูกาล 2013 ข่าวต้นฤดูกาลที่อาจจะทำให้แฟนบอลช๊อคพอสมควร คือการที่ สโมสร ปล่อยปราการหลังตัวหลักอย่าง
เอคคว่าล่า เฮอร์แมนออกจากทีม แต่เชื่อว่า เมื่อถึงตอนนี้ สาวกปราสาทสายฟ้าคงอาจจะลืมประการหลังรายนี้ไปแล้ว เมื่อการแทนที่โดย ออสมาร์ ถือว่า ออสมาร์ได้อย่างยอดเยี่ยม กองหลังอาจจะเป็นตำแหน่งที่แฟนบอลไม่สนใจหรือชื่นชมมากนัก เมื่อเทียบกับนักเตะในแนวรุก แต่ออสมาร์แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นและยอดเยี่ยมในแนวรับ โดยเฉพาะในเรื่องลูกกลางอากาศ ที่แทบจะหาคนกินเค้าได้ยากเหลือเกินใน ไทยพรีเมียร์ลีก หรือแม้แต่ใน AFC Champions League ก็ตาม ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ ทำให้ ออสมาร์อาจจะไม่ได้มีความเร็วที่มากนัก แต่ทดแทนด้วย การอ่านทางบอล และการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม เราจึงแทบไม่เห็น กองหน้าที่จะเล่นงานเค้าด้วยความเร็วให้เห็นบ่อยนัก นอกจากเกมรับที่แน่นสุดแล้ว ออสมาร์ยังมีบทบาทกับเกมรุกไม่น้อย ถ้าใครได้เห็น การเล่นในสนามของเค้า จะเห็นว่า ออสมาร์เป็นคนที่มีการออกบอลที่เฉียบขาดมากๆ ทั้งลูกสั้นและลูกยาว เราได้เห็น ออสมาร์ วางบอลยาวสวยๆอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่า ออสมาร์ เป็น เพลย์เมคเกอร์ในแนวรับในการขึ้นเกมก็ว่าได้ นอกจากนี้ ออสมาร์เป็นแนวรับที่นิ่งมากๆ เราแทบไม่เห็นลูกโฉ่งฉ่าง เคลียร์โด่งจาก กองหลังรายนี้ให้เห็น แต่จะเห็นการเข้าดักบอลอย่างใจเย็น และสามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุก ได้บ่อยครั้ง อีกทั้งด้วยรูปร่างที่สูงถึง 190 เซนติเมตร ทำให้เค้ามีทีเด็ดในการเติมขึ้นไปลุ้นทำประตู โดยยิงไปแล้ว 2 ประตูในลีก และอีก 2 ประตูใน AFC Champions League เท่านั้นยังไม่พอ เค้ายังสามารถทำไปได้ถึง 3 Assist ในตำแหน่งประการหลังตัวกลาง! นอกจากทักษะความสามารถที่โดดเด่นแล้ว ฤดูกาลนี้ ออสมาร์ถูกแต่งตั้งให้เป็น รองกัปตันทีม และเราก็ได้เห็นถึง บุคลิกผู้นำ ที่คอยสั่งเพื่อนร่วมทีม กระตุ้นให้เพื่อนมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา เป็นภาพที่เห็นอยู่บ่อยๆในฤดูกาลนี้ ด้วยความเป็นแนวรับที่ครบเครื่องมากๆ ออสมาร์ถูกยกย่องจาก เพื่อนนักเตะหลายๆคนที่ เว็บไซต์เราเคยไปสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็น เทิดศักดิ์ ใจมั่น จักรพันธ์ แก้วพรม ชาคริต บัวทอง รณชัย รังสิโย ว่า Osmar Ibanez คือ
Read more ...

สยามกีฬาจะทิ้งลูกพี่วีวีได้งัย ในเมื่อลูกพี่จัดให้ 5 ปี ตั้ง 2,000 ล้านบาท

7/15/13
โดยไทยแลนด์สู้ๆ เมื่อ 15 ก.ค.2556

สยามกีฬามีรายได้จากการบริหารสิทธิของสมาคมฟุตบอล......มีรายได้เพิ่มขึ้น2,000 ล้านบาท

"เฉลี่ยแล้ว สยามสปอร์ต มีรายได้จากการที่สมาคม ยกสิทธิให้ฟรีๆ ปีละ 400 ล้านบาท
ในขณะที่สมาคมมีรายได้จากภาคเอกชน เพียงแค่ 82 ล้านบาท"

คำถามคือว่าเงินรายได้อีก 300 กว่าล้านบาท ตกเป็นของสยามสปอร์ต ไปฟรีๆ  โดยไม่ต้องจ่ายให้สมาคมฯ
ในฐานะเจ้าของสิทธิ สักบาทเดียว  คิดง่ายๆ สยามสปอร์ต จะมีรายได้จากสิทธิ ที่วรวีร์ ยกให้  5 ปีเป็นเงิน
1,500 กว่าล้านบาท

แบบนี้ไง ถึงไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ ทั้งๆที่ถูกขับไล่จากแฟนบอลทั้งประเทศ
แบบนี้ไง ถึงประกาศว่า ถ้าไม่ใช่วรวีร์ เป็นนายกสมาคมฯ จะทิ้งฟุตบอลไทย
แบบนี้ไง ที่สยามสปอร์ต ทั่งเครือและทุกคน จึงต้องรักษาหม้อข้าว ขุมทรัพย์ตัวเอง จนไม่เลือกถูกผิด
ไม่เกรงกลัวต่อบาป ใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้ต้องถึงตลาดหลักทรัพย์ แน่ๆ 
Read more ...

นี่คือคำตอบว่า ทำไมวรวีร์ อยู่ต่างประเทศ มากกว่าอยู่เมืองไทย!!

7/14/13
โดยไทยแลนด์สู้สู้ เมื่อ 14 ก.ค.2556

ค่าที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ค่าเดินทาง 51 ล้านบาทเศษ ...ทำไมเยอะแท้ ??
คำเฉลยคือ นี่คือคำตอบ ว่าทำไมวรวีร์ อยู่ต่างประเทศ มากกว่าอยู่เมืองไทย

ปี 2555 นักบอล เดินทางไปแข่งต่างประเทศ กี่แมตช์  วรวีร์ ไปต่างประเทศกี่ครั้ง  ... ใครผลาญ ใครเบียดเบียนเงินสมาคม

เบี้ยเลี้ยงนักบอล 15 ล้านบาท
ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเดินทาง ค่าที่พักในต่างประเทศของวรวีร์  เท่าไร  ?   ตอบได้ไหม ท่านวีวี ....
Read more ...

ฟุตบอลไทยต้องเจริญก้าวหน้าขึ้นไป

7/10/13
ผมมีความต้องการให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจด้านฟุตบอล แบบเดียวกับสเปน และบราซิล 

Read more ...

สนามสถาบันพละศึกษาชลบุรี

7/10/13
ก.ค.2556
Read more ...

สนาม พีทีที ระยอง

7/10/13

เมื่อ ก.ค.2556

Read more ...

"ฉลามจิ๋ว"เจอตอมาเลย์! เจ้าภาพบุกแชร์แต้มท้ายเกม 2-2 ศึก ACT2013

6/16/13
"ฉลามจิ๋ว"เจอตอมาเลย์! เจ้าภาพบุกแชร์แต้มท้ายเกม 2-2 ศึก ACT2013

โดย ปิติศักดิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

16 มิ.ย. 2013 22:15:00

เกม ACT2013 เจ้าถิ่นสะดุดอีกหนึ่งคำรบเมื่อบอลทำท่าว่าจะชนะเจอทีเด็ดทีมเยือนช่วงท้ายเกมตีเสมอ 2-2 ได้ 1 แต้มศึก “อาเซียน แชมป์เปี้ยน โทรฟี่ 2013” ทัวร์นาเมนต์ เยาวชนระดับอาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ณ สนามชลบุรี เตเดี้ยม ขุนพล “ฉลามชลจูเนียร์” ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี่ ทีมอันดับ 3 ของกลุ่ม เอ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เฟรนซ์ ยูไนเต็ด มาเลเซีย ทีมอันดับ 2 เมื่อเวลา 19.30 น. ที่ผ่านมา

ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี่ นัดที่แล้วบุกไปพลาดท่าพ่ายต่อ เวียดนาม มา 1-6 เกมนี้ “โค้ชก้าง” นฤพล แก่นสน หัวหน้าผู้ฝึกสอน หวังเรียกฟอร์มเก่งของลูกทีมกลับมา จัดทีมชุดเก่งลงสนาม โดยมีผู้เล่น 11 คนแรกเป็น ชาคร พิลาคลัง(GK), อาทิตย์ กาลสังเวช, อรรถโกวิทย์ จันทร์ทด, ประภาวินทร์ ทิพารักษ์, ณัฐวุฒิ ชูติวัตร, สิทธิโชค ภาโส, กฤษณพงศ์ ไปแดน, สหรัฐ สนธิสวัสดิ(C), สามารถ อุทัยรัศมี, สมชาย เอี่ยมสะอาด และ กฤษดา กาแมน

เกมเริ่มทั้งสองทีมต่างฝ่ายหาจังหวะเข้าทำของตัวเอง และเป็นทางทีมเยือน เฟรนซ์ ยูไนเต็ด มาได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ มูฮาเหม็ด นาอีม ได้โอกาสสับไกยิง แต่บอลโดนไม่เต็มเท้าหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 6 ชลบุรีฯ ที่ได้โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกของเกม ก็มาพังประตุขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ ได้เลื้อยหลุดไปทวงริมเส้นด้านขวา ก่อนจ่ายบอลหักมาหน้าประตู แล้ว สมชาย เอี่ยมสะอาด ที่ยืนอยู่เสาสองคนเดียว แปบอลเข้าประตุไปส่งให้ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี่ ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 28 เฟรนซ์ฯ มาได้ประตูตีเสมอแบบโชคช่วย จากจังหวะที่ มูลห์ลีส อิสซาน ดยนฟรีคิกจากกลางสนาม มาหน้าประตูบอลเหมือนว่า ชาคร พิลาคลัง จะรับเข้ามือได้ แต่ทว่าบอลหลุดมือเข้าประตูไป เฟรนซ์ฯ ตามตีเสมอ 1-1

ถัดมาอีกสองนาที ชลบุรีฯ ตอบโต้ทันที กฤษดา กาแมน แทงบอลให้ กฤษณพงศ์ ไปแดน ได้หลุดไปยิงมุมแคบ ตุงตาข่าย ส่งให้ชลบุรีฯ ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ส่งผลให้จบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

ครึ่งหลังยังคงเป็น ชลบุรีฯ ที่ยังคงครองเกมบุกได้มากกว่า และจวนเจียนจะได้ประตูหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังทำอะไรแนวรับของ ทีมเยือนไม่ได้

แล้วมาโดนจังหวะทีเด็ดลูกตั้งเตะของทีมเยือนอีกครั้ง จากจังหวะที่ มูลห์ลีส อิสซาน คนเดิม เติมขึ้นมาโขกลูกเตะมุม ผ่านมือ ชาคร พิลาคลัง ผู้รักษาประตู ตุงตาข่าย เฟรนซ์ ตามตีเสมอครั้งที่สองของเกม 2-2 ในนาทีที่ 75

นาทีที่ 83 ชลบุรีฯ เปิดเกมบุกอีกครั้ง สิทธิโชค ภาโส ได้จังหวะพาบอลจากกลางสนาม หลบแนวรุกของทีมเยือน 3 คน ก่อนจังหวะสุดท้ายบอลห่างตัวยิงไม่เต็มแรง เข้าซองของ อดัม ไซรี่ นายทวาร เฟรนซ์ฯ

ท้ายเกมไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ จบเกม ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี่ เสมอกับ เฟรนซ์ ยูไนเต็ด มาเลเซีย 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน ชลบุรีฯ ยังรั้งที่ 3 ของกลุ่ม ในขณะที่ เฟรนซ์ฯ ขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงกลุ่ม เอ
Read more ...

ฉลามชล u13 คว้าแชมป์

6/16/13
เมื่อ 16 มิ.ย.56

ร้ายตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 13 เมื่อฉลามน้อยเฉือนอสัมชัญ ธนบุรี คว้าแชมป์ฟุตบอลรายการใหญ่ ได้สิทธิ์บินไปฝึกซ้อมถึงเอฟเวอร์ตัน

การแข่งขันฟุตบอล "ช้าง-เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์ คัพ 2013" รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬากองทัพบก ถ.วิภาวดี รังสิต โดยมี นายสุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยโครงการไทยเบฟ ไทยทาเลนท์ บ.ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นประธานปิดการแข่งขันพร้อมมอบรางวัลแก่นักกีฬา

คู่ชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง ชลบุรี เอฟซี พบกับ อัสสัมชัญ ธนบุรี ซึ่งเกมนัดนี้ทีมฉลามชล ทำผลงานได้ดีกว่า เป็นฝ่ายชนะ 1-0 คว้าแชมป์ไปครอง พร้อมเงินรางวัล 5 หมื่นบาท และได้เดินทางไปฝึกฟุตบอลที่อะคาเดมี่ ฟินซ์ ฟาร์ม ของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนรองแชมป์ได้รับเงินรางวัล 3 หมื่นบาท

ส่วนคู่ชิงที่ 3 บุรารักษ์ สมุทรปราการ ชนะ ภูเก็ต เอฟซี 8-0 โดยทีมอันดับ 3 ได้รับเงิน 2 หมื่นบาท ที่ 4 ได้รับเงิน 1 หมื่นบาท

ส่วนรางวัลยอดเยี่ยมมีทั้งหมด 5 รางวัลดังนี้ "ช้างสตาร์" 4 ตำแหน่ง กองหน้ายอดเยี่ยม หัสวรรษ นพเนตร (อัสสัมชัญ ธนบุรี) กองกลางยอดเยี่ยม ธราดล สอนโยหา (บุรารักษ์ สมุทรปราการ) กองหลังยอดเยี่ยม ณัฐธนนท์ เจริญสิงคีวรรณ (ชลบุรี เอฟซี) ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ธีรภัทร ปรางทอง (ชลบุรี เอฟซี) และ เอ็มวีพี ผู้เล่นยอดเยี่ยม คือ พีรพัฒน์ ขมิ้นทอง (ชลบุรี เอฟซี)
Read more ...

จุดอ่อนของนักฟุตบอลเด็กไทย คำตอบของโค้ชเฮง

6/3/13
โค้ชเฮง บอกว่า จุดอ่อนของเด็กไทยคือ ไม่เข้าใจการฝึก เด็กไทยไม่รู้ว่าที่ฝึกไปเอาไปใช้อย่างไร
ส่วนใหญ่ก้มหน้าก้มตาเล่น ไม่ได้นำที่ฝึกไปใช้
ถ้าเข้าใจจะสนุกกับการเล่นฟุตบอล และจะไม่ประหม่าในการแข่งขัน
โค้ชจึงต้องยิงคำถามเพื่อทวนความเข้าใจของเด็กให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
Read more ...

อะคาเดมี่ ชลบุรี

6/3/13
Read more ...

จะไปบอลโลก ต้อง “ วันทัช ” / กษิติ กมลนาวิน

6/3/13
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2554

ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ ผมอยู่ที่กรุงลอนเดิ้น ประเทศอังกฤษ และผลการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกปรากฏออกมาแล้ว ในที่สุด ญี่ปุ่น ก็สามารถคว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ นับว่าเป็นของขวัญปลอบใจอย่างยอดเยี่ยมจริงๆ หลังจากที่ต้องประสบเคราะห์กรรมกับภัยธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าชัยชนะของทีมชาติญี่ปุ่นครั้งนี้จะเกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมๆกัน แต่อย่างน้อยก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า คนเอเชียตัวเล็กๆนั้น หากมีวินัย ความเพียรพยายาม มุ่งคิดพัฒนา ปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นอย่างเหมาะสม ก็สามารถไล่ตามทัน และสู้ได้กับทุกชาติในโลก

หันมาดูฟุตบอลทีมชายของไทยซึ่งกำลังจะลงแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก กับ ปาเลสตายน์ ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ที่ นิว อาย โมเบิล สเตเดี้ยม จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจาก วินฝรีด เช๊ฟเฟ่อ โค้ชทีมชาติไทยชาวเจอรมานีได้คุมทีมลงซ้อมสักพัก เขาก็ค้นพบข้อบกพร่องของทีมชาติไทยแล้ว คือจุดอ่อนอยู่ที่การเล่นชักช้า การเข้าทำช้า อันนี้ใครๆคงไปตีความว่า นักเตะไทยบ้าเลี้ยง ไม่ยอมปล่อยบอลให้เพื่อนด้วยความรวดเร็ว

แต่สำหรับผมกลับมองปัญหานี้แตกต่างกัน ผมอยากจะบอกว่า นักเตะไทยไม่ได้บ้าเลี้ยงหรอกครับ เพียงแต่ไม่ได้คิดก่อน ไม่ได้วางแผนก่อน เอาไว้บอลมาถึงตัวก็จับบอล แล้วค่อยเงยหน้ามองหาเพื่อนว่าจะส่งให้ใครดี ซึ่งผมอยากจะหยิบยกคำแนะนำของ

อัลโด้ ปลาตีนี่ คุณพ่อของ มีเชล ปลาตีนี่ อดีตสุดยอดตำนานนักเตะชาวฝรั่งเศส

มาเรียนท่านผู้อ่าน อัลโด้ สอนเคล็ดให้ลูกชายว่า

“ เอ็งต้องรู้ก่อนนะว่า จะส่งให้ใคร ก่อนที่เอ็งจะได้รับบอล ”

วินฝรีด คิดแก้จุดบกพร่องของนักเตะทีมชาติไทยด้วยการเน้นการเล่นจังหวะเดียว ที่เรียกว่า วันทัช ( one touch ) ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยตั้งใจและรณรงค์ให้เปลี่ยนแปลงระบบการเล่นของทีมชาติไทยมาเป็นระบบนี้ ความจริง ระบบวันทัช มันหมายถึงการผ่านบอลหรือยิงประตูโดยใช้จังหวะเดียว ไม่ต้องจับบอลไว้กับเท้า หรือมัวแต่เลี้ยง บอลมาอย่างไรก็ตาม แปะหรือแปให้เพื่อนทันที และถ้าอยู่ในระยะทำประตูก็ซัดได้เลย ไม่ต้องแต่งตัวให้เสียเวลา อย่างไรก็ตาม บางครั้งจำต้องใช้สัก 2 จังหวะก็ไม่ว่ากันครับ เอาเป็นว่ามันเป็นระบบที่ต้องอาศัยการประสานงาน เล่นกันเป็นทีมมากกว่าการโชว์ลวดลายซะคนเดียว ยิ่งเล่นระบบนี้มากเท่าใด ทักษะในการส่งบอลก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้น

ความสำเร็จของการเล่น ระบบวันทัช จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมีกองกลางที่มีทักษะสูงและกองหน้าที่รู้ใจ เข้าขากันเป็นอย่างดี บางครั้งกองหน้าตัวเป้าเป็นตัวดึงกองหลังของทีมคู่แข่งให้ตามมา แต่เมื่อบอลมาถึงตน เพียงแต่แปะต่อให้เพื่อนด้วยความแม่นยำ

ทีมชั้นนำระดับโลกนิยมใช้วิธีเช่นนี้ทำให้ถูกแย่งบอลยาก คู่ต่อสู้หาบอลไม่เจอ เมื่อถึงเกมรุกกองหลังคู่แข่งปั่นป่วนแน่นอน ระบบนี้จะช่วยให้กองกลางตัวรุกมีพื้นที่และเวลาเพียงพอที่จะวางบอลงามๆได้มากกว่าด้วย นอกจากนั้น เขายังบอกว่าตอนรุกสวนกลับเร็วถ้ามีกองกลางที่สายตาแหลมคมยิ่งจะได้ผลดีที่สุด

แฟนบอลชาวไทยเฝ้ารอความสำเร็จของทีมชาติไทยมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว เรายังไม่เคยได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่น ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย สักที ยุคนี้เป็นยุคที่นักเตะไทยแต่ละคนพัฒนาทักษะเพิ่มมากขึ้น และมีโอกาสคืบคลานเข้าไปใกล้ความจริงมากที่สุดอีกหนหนึ่ง ผมว่า เราไม่ต้องรอถึงปี 2018 อย่างที่ว่าที่ นายกปู บอกหรอกครับ ฟุตบอลโลก หนหน้าที่ประเทศบราซิวนี่แหละ ทีมชาติไทยมีศักยภาพที่จะผ่านการคัดเลือกเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายไม่น้อยกว่า เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เพียงแต่เราต้องยอมเปลี่ยนแปลง เลิกใช้ระบบการเล่นแบบเก่าๆเสียที และหันมาเน้น วันทัช และที่สำคัญ ต้องฝึกตนเองให้รู้ก่อนว่า จะส่งให้ใคร ก่อนที่จะได้รับบอล

ที่มา : http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9540000088915
Read more ...

สิทธิประโยชน์ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ปี 2555

4/23/12
โดยผู้จัดการ เมื่อ 23 เม.ย.2555

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทยก็ว่าได้ ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ถูกตรวจสอบ-ซักฟอก อย่างเข้มข้น จากผู้เป็นสมาชิก ในเรื่องการดำเนินงานที่คลุมเครือ ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์เงินๆ ทองๆ เมื่อ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งคำถามกับบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย ไทยพรีเมียร์ลีก และไทยลีก ดิวิชัน 1

นายเนวินถามว่า รายได้จากการขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขัน รายได้จากสปอนเซอร์ รวมกันประมาณ 200 ล้านบาท หายไปไหน ทำไมบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จึงไม่มีเงินมาจ่ายรางวัลให้แก่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งควรจะต้องเป็นผู้ตอบคำถามนี้ เพราะเป็นเจ้าของสิทธิในการจัดการแข่งขัน ตอบไม่ได้ นายวิชิต แย้มบุญเรือง ประธานกรรมการบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีกเองก็ตอบไม่ได้

ในยุคที่สื่อโซเชียลมีเดียมีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้กว้างขวางกว่า เข้าถึงมากกว่า รวดเร็วกว่า และตรงไปตรงมามากกว่าสื่อหนังสือพิมพ์ และทีวี วิทยุ อำนาจการควบคุมสื่อของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ใช้การจ่ายผลประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นเครื่องมือ ไม่สามารถแทรกแซง ปิดกั้น การเดินทางของข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ได้ ภาพและเสียงของนายเนวินที่ถามว่าเงินหายไปไหนในการประชุมร่วมกันของสโมสรสมาชิกไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่ถูกโพสต์ลงในเว็บไซต์ยูทิวบ์จึงแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว และทำให้นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่อาจนิ่งเฉย โดยหวังว่าเมื่อสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ปิดปากตัวเองแล้ว เรื่องจะเงียบไปเองได้

บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ผู้รับสิทธิการดูแลผลประโยชน์ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องเป็นผู้แถลงข่าวชี้แจงแทนบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก และสมาคมฟุตบอล ทั้งๆ ที่โดยหลักการแล้ว เป็นเรื่องระหว่างสมาชิกสโมสร กับบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก นายเนวินถามบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีกว่าเงินหายไปไหนในกรณีนี้สยามสปอร์ตฯ เป็นบุคคลที่ 3 หน้าที่การชี้แจงควรเป็นหน้าที่ของบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก หรือสมาคมฟุตบอลมากกว่า แต่ไทยพรีเมียร์ลีก หรือสมาคมฟุตบอลตอบไม่ได้ เพราะเงิน 200 ล้านบาทนั้นไม่ได้เข้ามาที่บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก หรือสมาคมฟุตบอลเลย แต่อยู่กับสยามสปอร์ตฯ นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้กระมัง เมื่อเรื่องนี้ทำท่าว่านายวรวีร์จะเอาไม่อยู่ สยามสปอร์ตฯ จึงใช้วิธีสละเรือทิ้งกลางคัน ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ไทยพรีเมียร์ลีก โดยใช้น้ำเสียง ท่วงทำนองที่แสดงความน้อยอกน้อยใจว่า อุตส่าห์เสียสละ ตั้งอกตั้งใจพัฒนาฟุตบอลอาชีพ จากที่เคยล้มลุกคลุกคลานจนประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ยังมาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่โปร่งใสอีก จึงขอยุติการทำหน้าที่ดูแลสิทธิประโยชน์การแข่งัขนฟุตบอลอาชีพดีกว่า

ความจริงแล้ว การปลุกปั้นไทยลีก และลีกอาชีพอื่นๆ ของสยามสปอร์ตฯ นั้น ไม่ใช่ความเสียลสะให้แก่วงการฟุตบอลไทย แต่เป็นการลงทุนโดยหวังผลประโยชน์ทั้งที่เป็นผลประโยชน์ทางตรงจากการจัดการแข่งขัน และผลประโยชน์ทางอ้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจฟุตบอลของสยามสปอร์ตฯ ซึ่งเป็นธุรกิจขายเนื้อหา ทั้งผลการแข่งขัน และอัตราต่อรองได้เสีย รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่เป็นคู่มือที่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผู้มีรายได้น้อย ใช้ประกอบการตัดสินใจในการพนันบอล

การลงทุนสร้างฟุตบอลลีกอาชีพให้เกิดขึ้นในไทย คือ การสร้างโปรดักต์ใหม่ที่เมดอินไทยแลนด์ เพื่อขยายตลาดธุรกิจฟุตบอลซึ่งมีผลประโยชน์มากมายหลายหลาก ทั้งเปิดเผย และแฝงเร้น ตั้งแต่การขายข้อมูลสำหรับการพนัน การหารายได้จากสปอนเซอร์ ไปจนถึงโต๊ะพนันบอล

งบกำไรขาดทุนที่สยามสปอร์ตฯ จำเป็นต้องเล่นตามเกมที่นายเนวินเปิดขึ้นมานำออกมาชี้แจงต่อที่ประชุมสโมสรสมาชิกเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมานั้น หากดูแต่เฉพาะบรรทัดสุดท้าย ก็จะเห็นใจสยามสปอร์ตฯ ว่า รายได้จากการเป็นผู้ดูแลประโยชน์การแข่งขันฟุตบอลอาชีพน้อยมาก ไม่คุ้มการกับลงทุนลงแรงเลย เพราะมีกำไรแค่ 8 ล้าน 5 แสนบาทเท่านั้น ซึ่งต้องแบ่งครึ่งระหว่างสยามสปอร์ตฯ กับบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก แต่ถ้าไปดูรายจ่ายบางรายการก็จะพบว่า มีรายได้แอบแฝงอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าเข้ากระเป๋าใคร เช่น ค่ามาร์เกตติ้ง ในการหาสปอนเซอร์ 25 ล้านบาท ค่าถ่ายทอดทางช่อง 11 เป็นเงิน 26 ล้านบาท ค่าถ่ายทอดสด ลีกดิวิชัน 1 ทางทรูช่อง 69 เป็นเงิน 12 ล้านบาท ค่าถ่ายทอดสดลีกดิวิชัน 2 ทางทรูช่อง 69 และ 74 เป็นเงิน 5.7 ล้านบาท

การถ่ายทอดสดทางช่อง 69 และ 74 ของทรูนั้น มีโฆษณา แต่ในงบกำไรขาดทุนที่สยามสปอร์ตฯ ชี้แจงนั้น ไม่มีรายรับรายการนี้ มีแต่รายจ่ายคือ ค่าถ่ายทอดสด จึงน่าสงสัยว่าเงินค่าโฆษณานี้ไปอยู่กับใคร

ในที่ประชุม เมื่อวันที่ 20 เมษายน คำถามหนึ่งที่นายเนวินถามนายวรวีร์ คือ ระหว่างสยามสปอร์ตฯ กับบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก มีสัญญาแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์หรือไม่ ซึ่งนายวรวีร์ตอบว่ามี นายเนวินถามว่าจะขอดูได้ไหม นายวรวีร์ตอบว่าต้องทำหนังสือขอเป็นทางการมา

เพราะการที่สยามสปอร์ตฯ ประกาศถอนตัวอย่างฉับพลัน เป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากการทำสัญญาแบบนี้จะต้องมีเงื่อนไขในการบอกเลิกสัญญา มีข้อกำหนดความรับผิดชอบของคู่สัญญา กรณีเลิกสัญญาก่อนกำหนด แต่การที่สยามสปอร์ตสามารถเลิกสัญญาได้ในทันที โดยไม่ต้องคำนึงถึง ข้อผูกพันที่มีกับสปอนเซอร์ ทำให้นายเนวินคิดว่าสยามสปอร์ตฯ กับไทยพรีเมียร์ลีก อาจจะไม่มีสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้

นายเนวินจะมีวัตถุประสงค์อย่างไรในการตรวจสอบบริษัไทยพรีเมียร์ลีกในครั้งนี้ก็ตามแต่ แต่คำถามของเขาที่นายวรวีร์ และนายวิชิตตอบไม่ได้ ต้องให้สยามสปอร์ตฯ ตอบแทนนั้น ยิ่งตอบก็ยิ่งทำให้เห็นภาพความไม่โปร่งใสในธุรกิจกีฬาฟุตบอลอาชีพชัดเจนขึ้น
Read more ...